Home Uncategorized • “ฮอลแลนด์”กู่ไม่กลับ

“ฮอลแลนด์”กู่ไม่กลับ

 - 

 

รูปข่าวยาว (1)
“มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจมากๆ หลังจากผลการแข่งขันของสวีเดน คุณก็ไม่สามารถทำอะไรก็ตามได้มากไปกว่าการเล่นตามโปรแกรมของคุณเอง และชัยชนะ 8-0 ในเบลารุสก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อคุณได้ยินสวีเดนชนะ 8-0 มันก็แทบจะจบแล้วสำหรับทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งจะต้องเปิดบ้านนัดสุดท้ายเอาชนะสวีเดนให้ได้มากกว่า 7 ลูก”

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่งของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ได้ออกมายอมรับว่าทีมชาติฮอลแลนด์ไม่มีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะเหนือทีมชาติสวีเดนด้วยประตูได้เสียมากกว่า 7 ประตู สำหรับการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก หลังจากที่เกมล่าสุด “อัศวินสีส้ม” ทีมอันดับ 3 บนตารางคะแนนบุกเอาชนะเบลารุสไปได้ 3-1 และทำให้ทีมชาติฮอลแลนด์ยังคงมีโอกาสที่จะจบอันดับที่สองในกลุ่ม เอ

แต่โอกาสนั้นน้อยมากๆ เนื่องจากทีมชาติสวีเดนเปิดบ้านเอาชนะลักเซมเบิร์กไปได้ถึง 8-0 ซึ่งทำให้ทีมชาติฮอลแลนด์ต้องคว้าสามแต้มในนัดสุดท้ายที่จะเจอกับสวีเดน และจะต้องชนะด้วยสกอร์ที่ห่าง 7 ลูกขึ้นไปถึงจะแซงขึ้นเป็นรองจ่าฝูงพร้อมสิทธิ์ในการเพลย์ออฟ

ในขณะเดียวกันนั้น ..

“เราจะไม่กล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะมันยังเป็นไปได้ ผมมีความเชื่อมั่น แม้ว่ามันจะยาก แต่เกมมันยังไม่จบ เรายังคงต้องลงสนามและสู้กันต่อ”

คำกล่าวด้านบนนั้นคือคำพูดลมๆ แล้งๆ ของดิ๊ก อั๊ดโวคาท กุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่เชื่อมั่นว่าทีมยังมีลุ้นจะได้ไปเล่น เพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โดยจะต้องลงสนามนัดสุดท้าย เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ สวีเดน และต้องชนะให้ได้อย่างน้อย 7 ประตูขึ้นไป
สรุปแล้วหากไร้ปาฏิหาริย์ อัศวินสีส้ม อดีตรองแชมป์โลก 3 สมัย ก็จะตกสำรวจ 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ต่อเนื่อง หลังจากเป็นแค่ผู้ชมวงนอกในยูโร 2016 จากรองแชมป์โลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ภายใต้บัญชา เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ก “พลพรรคออรันเย่” พยายามผลักดันนักเตะสายเลือดใหม่ขึ้นชั้นสู่ทีมชุดใหญ่ แต่หาทำยาได้ยาก และยังต้องฝากความหวังสูงสุดไว้กับ อาร์เยน ร็อบเบน ที่ใกล้อำลาทีมชาติ รวมทั้งต้องเรียกบรรดาตัวเก่าที่หายหน้าไปนานกลับมาช่วย โดยมี ไรอัน บาเบิ้ล เป็นรายล่าสุด

ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางคัดบอลโลก ฮอลแลนด์ มีเหตุให้ต้องปรับเปลี่ยนนักเตะเกือบทุกตำแหน่งอยู่ตลอด ทั้งเรื่องอาการเจ็บ, โทษแบน และปัญหาฟอร์มตก ดังนั้นสมดุลย์ของทีมเลยแตกกระเจิง จนไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี และชนะได้แค่ทีมอ่อนชั้นท้ายตาราง

ลืมหมากมาสเตอร์พีซ “โททั่ล ฟุตบอล” ไปได้เลย เพราะศักยภาพแข้งดัตช์ชุดปัจจุบันต่ำเกินจะเล่นท่ายาก เพราะลำพังสูตรประจำ 4-3-3 สลับ 4-2-3-1 ยังทำผลงานย่ำแย่ เต็มไปด้วยจุดอ่อนทั้งรับ-รุก ไม่มีอะไรโดดเด่น และโดนจับทางได้ง่าย แค่ประกบติด ร็อบเบน หรือบังทางเปิดจาก เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ก็หยุดจังหวะเข้าทำของ ฮอลแลนด์ ได้หมดจด และเป็นต้นตอสำคัญในความล้มเหลวเที่ยวล่าสุด

หากเป็นสมัยที่มีหัวหอกพระกาฬอย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น, เดนนิส เบิร์กแค้มป์, พาทริค ไคลเวิร์ต, รุด ฟาน นิสเตลรอย หรือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (ตอนพีคๆ) เชื่อว่าแฟนๆฮอลแลนด์ยังสามารถหวังถึงสกอร์มโหฬารกันได้ แต่ปัจจุบันกองหน้าอย่าง วินเซนต์ ยานเซ่นส์ และ บาส ดอสต์ ไม่ต่างจากสากกะเบือที่ขู่ใครไม่ได้จริงๆ
ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน เริ่มสาละวันเตี้ยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่สมาคมฟุตบอลไปดึง กุส ฮิดดิงค์ มานั่งเก้าอี้ต่อจาก หลุยส์ ฟาน กัล หลังได้อันดับ 3 เวิลด์ คัพ 2014 และ ฮอลแลนด์ ก็กลายเป็นบอลตกยุคเหมือนตัวกุนซือ ซึ่งลุกลามมาถึงยุคของ แดนนี่ บลินด์

สัญญาณอันตรายดังขึ้น แต่สมาคมฟุตบอล ก็ยังนิ่งเฉย ปล่อยให้ บลินด์ เริ่มต้นเต็มตัวกับรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก ที่ รัสเซีย ด้วยความหวังที่ว่า ทีมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่หวังก็ไม่เกิดขึ้น บลินด์ ถูกไล่ออกหลังบุกแพ้ที่ บัลแกเรีย 0-2 เมื่อเดือนมีนาคม เก็บไป 7 คะแนนจาก 5 นัด

ดิ๊ก อัดโวคาท ถูกดึงเข้ามารอบ 3 เพื่อกอบกู้ แต่สุดท้ายก็กู้ไม่ขึ้นเช่นกัน จึงมีคำถามตามมาว่า ทำไม สมาคมฯ จึงใช้แต่กุนซือหน้าเดิมๆ เวียนไปเวียนมาอยู่แบบนี้ ลองไปไล่ดูรายชื่อในช่วง 25 ปีหลัง กุส ฮิดดิ้งค์, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, หลุยส์ ฟาน กัล, ดิ๊ก อัดโวคาท, มาร์โก ฟาน บาสเทน, เบิร์ท ฟาน มาร์ไวค์, หลุยส์ ฟาน กัล, กุส ฮิดดิ้งค์, แดนนี่ บลินด์, ดิ๊ก อัดโวคาท มีอยู่แค่นี้
ถึงเวลาหรือยังที่ ฮอลแลนด์ จะฉีกตัวเองออกนอกกรอบ? ให้โอกาสกุนซือหน้าใหม่ได้แจ้งเกิดบ้าง อย่าง ฟิลิป โคคู, โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ หรือ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ แต่บางคนก็มองว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ที่นักเตะมากกว่าโค้ช ทางเข้าSBOBET

ฮอลแลนด์ ไม่มีสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน แม้ตัวเก๋าอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยังไม่มีใครอำลาทีมชาติ แต่ก็เลยช่วงที่ดีที่สุดไปแล้ว ส่วนอาแจ็กซ์ ยังคงมีสินค้าส่งออก ในฐานะหนึ่งในสโมสรที่ปลุกปั้นดาวรุ่งเก่งที่สุดในโลก หากแต่สินค้าหลายชิ้น แทบไม่มี ‘เมด อิน ฮอลแลนด์’ เลย

ดูแล้ว จบเกมสุดท้ายกับ สวีเดน วันอังคารนี้ หาก อัดโวคาท วางมือ ก็คงเป็นงานยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา สำหรับใครก็ตามที่พร้อมจะเสี่ยงและไม่รู้จากนี้จะต้องตกต่ำกันไปอีกกี่ปี เราถึงจะได้เห็น ฮอลแลนด์ ที่เคยรู้จักกลับคืนมา

หรืออาจจะไม่มีวันนั้นอีกเลย ….

Author:admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked*

*

*